แม้ไม่มีใครรู้ แต่เรารู้ รู้ว่าเรานั้นทำเพื่อใคร ไม่ว่าวันพรุ่งนี้ มันจะเป็นเช่นไร ก็จะไม่เสียใจกับสิ่งที่เราได้ทำ ฟ้าและดินไม่เห็นไม่เป็นไร ไม่ได้หวังให้ใครจดจำ แม้ยากเย็นแค่ไหน ไม่เคยบ่นสักคำ ไม่มีใครจดจำ แต่เราก็ยังภูมิใจ จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา จะยอมรับโชคชะตาไม่ว่าดีร้าย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ถึงเวลาก็ต้องไป เหลือไว้แต่คุณงามความดี ขอเทิดทูลศักดิ์ศรียิ่งสิ่งใด แม้แต่ลมหายใจก็ยอมพลี โลกยังไม่สิ้นหวัง ถ้ายังมั่นในความดี ศรัทธาไม่เคยหน่ายหนี คนดีไม่มีวันตาย

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สัมภาษณ์...แม่ของ "ณเดชน์" (แถมเรื่อง "ญาญ่า")


credit : กระทู้ EXCLUSIVE : สัมภาษณ์...แม่ของ "ณเดชน์" (แถมเรื่อง "ญาญ่า") ...เฉลิมไทย ...ที่นี่ที่เดียว โดย คุณ pladown ห้องเฉลิมไทย Pantip.com

     นึกว่าจะโทรหาแม่น้องณเดชน์ปั๊บก็กดโทรศัพท์ปุ๊บแบบไม่ได้คิดหน้าคิดหลังอะไรเลย แต่พอโทรไปแล้ว...... ใจหล่นหายวูบ
      "ตายๆ ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับคุณแม่น้องก็ไม่มีสักอย่าง รู้มาจากคุณเอ ศุภช้ยอย่างเดียวว่าชื่อ "แก้ว" และก็เคยเห็นตอนที่มาขึ้นคอนเสิร์ตวันแม่กับน้องที่ช่อง 3 ตอนที่ไปแอบดูที่ Nadech & Yaya Home มาเมื่อวันก่อนแค่นั้นเอง"
      ใจหนึ่งจึงสั่งให้วางสาย เพราะกลัวว่าจะหาคำตอบให้คุณแม่น้องไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร โทรมาทำไม โทรมาเพื่ออะไร กลัวคุณแม่น้องจะเข้าใจผิดคิดว่า จขกท เป็นพวกคลั่งดารา เป็นพวกบ้าคนหล่อ ....สาบานได้ว่าตอนนั้นไม่มีความคิดว่าจะสัมภาษณ์ใดๆ เลยแม้แต่สักนิดค่ะ คิดแค่ว่าจะโทรไปบอกรัก คิดแค่นั้นจริงๆ จากตอนแรกที่คิดว่าถ้าโทรไปแล้ว 4 กริ๊งไม่รับ จะรีบกดวางสายทันทีแต่แล้ว จขกท ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงรับโทรศัพท์ของคุณแม่เป็นเพลง
     "เธอคือดวงใจของฉานนนนนนนนนนน จากนี้ฉันจะมีแค่เธอออ.." เฮ้อ โชคดีที่เพลงนี้ช่วยทำให้ใจที่แป้ว ชื้นขึ้นมาได้หน่อยนึงค่ะ กำลังฟังเพลงเพลินๆ และก็สองจิตสองใจว่าจะเอาไงดี จะวางหรือไม่วาง ก็มีเสียงแทรกเสียงเพลงขึ้นมาว่า
     "สวัสดีค่ะ"
     โอ้ แม่เจ้า หัวใจแทบจะตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เราจะบอกกับคุณแม่ยังไงดี จะเริ่มบทสนทนาอย่างไรดี สุดท้ายก็รวบรวมลมปราณที่แตกกระสานซ่านเซ็น ค่อยๆ พูดอ้อมแอ้มๆ ว่า
     "สวัสดีค่ะ คุณแม่แก้ว คุณแม่น้องณเดชน์ใช่มั้ยคะ"
     "สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะ"
     " เอ่อๆ หนูชื่อ.............อยะ อยะ อยากจะโทรมากราบขอบคุณคุณแม่และก็อยากจะบอกว่า "รัก" คุณแม่ค่ะ" ปลายสายเงียบ สงกะสัยจะงงจับต้นชนปลายไม่ถูก อย่าว่าแต่ปลายสายจะงงเลยค่ะ ต้นสายเองก็งงเหมือนกันว่าตัวเองพูดอะไรไปเนี่ย เงียบไปสักพัก คุณแม่ตอบมาว่า
     "ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณที่รักลูกแล้วเผื่อแผ่มาถึงแม่ด้วยนะคะ" เย้ๆๆๆ สวรรค์เห็นใจ จขกท แล้วและเพื่อไม่ให้คุณแม่งงไปยิ่งกว่านี้ อีกอย่างเพื่อเป็นการเคลียร์ตัวเองด้วย จขกท จึงรีบบอกคุณแม่ว่า
     "คุณแม่คะ หนูได้เบอร์คุณแม่มาจาก "คุณเอ ศุภชัย" ค่ะ คุณเอให้เบอร์คุณแม่มาหลายวันแล้ว แต่หนูเพิ่งจะกล้าโทรมาวันนี้ " พอได้ยินชื่อคุณเอเท่านั้นแหละค่ะ เหมือนทางเปิดโล่ง คุณแม่ดูเหมือนจะไว้วางใจ จขกท ทันที และนี่คือบทสนทนาที่ตามมาหลังจากที่เรา 2 คนคุยกันถูกคอค่ะ

- คุณแม่คะ น้องณเดชน์เล่าให้ฟังว่าคุณแม่เป็นคนตั้งชื่อ "ณเดชน์" ให้ และบอกว่าคุณแม่อยากให้ใช้ชื่อไทยๆ รบกวนถามว่า น้องมีชื่อญี่ปุ่นด้วยมั้ยคะ
     ไม่มีค่ะ ไม่ได้ตั้งชื่อญี่ปุ่นให้เขาเลย

-เพราะอะไรน้องถึงไม่มีชื่อญี่ปุ่นคะ
     คือตอนนั้นไม่ได้คิดตั้งให้ค่ะ คิดว่าถึงเขาจะเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น แต่ถึงยังไงเขาก็เป็นคนไทย เป็นคนขอนแก่น และแม่ก็ตั้งใจเลี้ยงให้เป็นคนไทย ให้เป็นคนอีสาน ไม่ได้จะเลี้ยงเน้นให้เป็นลูกครึ่ง ก็เลยอยากให้เขาใช้ชื่อไทย มีชื่อไทยเหมือนคนไทยค่ะ

- คูกิมิยะ นามสกุลน้องแปลว่าอะไรคะ คูณแม่
     (ถามเผื่อคนที่อยากใช้นามสกุลนี้ค่ะ เอิ๊กๆ) คูกิมิยะ คุณพ่อน้องบอกว่า แปลว่า น็อต หรือ สกรูค่ะ

- แสดงว่าบรรพบุรุษคงทำงานด้านช่าง หรือ วิศวกร
     มีหลายคนทำอาชีพนี้อยู่นะคะ

-คุณพ่อน้องก็ด้วย ใช่มั้ยคะ
     คุณพ่อน้องเป็นแพทย์ทหารค่ะ ไม่ได้เป็นวิศวกร

- อ้าว ตามข่าวบอกว่าเป็นวิศวกร
     อ๋อ คุณพ่อน้องเป็นวิศวกรค่ะ แต่พ่อของพ่อ หมายถึงคุณปู่น้องเป็นแพทย์ทหารค่ะ

- ค่ะ ค่ะ แล้วที่มาของชื่อเล่น "แบรี่" ละคะ มีที่มายังไง ทำไมคุณแม่ถึงได้ตั้งชื่อนี้ให้น้องเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเห็นว่าคุณแม่ชอบชื่อไทยๆ
     คุณแม่หัวเราะก่อนตอบคำถามนี้ว่า แบรี่ (BARRY) ในความหมายของแม่คือ สิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า เป็นสิ่งที่อยู่บนที่สูง เป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงาม คือหัวอกคนเป็นแม่ก็คิดว่าลูกคือของขวัญที่เบื้องบนประทานให้มา ก็เลยตั้งชื่อเล่นให้ว่า แบรี่ ค่ะ  ส่วน ณเดชน์ แปลว่า อำนาจ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ประมาณว่าไปที่ไหนก็มีอำนาจ ณ แปลว่า ที่ค่ะ เดชน์ ก็คือ เดช นั่นเอง

- อ้าว หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า แบรี่ แปลว่า หมี หมีน้อย อะไรทำนองนั้น
     อ๋อ ถ้าเรียกว่า "แบร์" ไม่มี "รี่" ต่อท้ายก็คือหมีค่ะ บางทีแม่ก็เรียก "บักแบร์" ขำๆ เล่นๆ เหมือนกัน แต่จริงๆ ชื่อเขาคือ แบรี่ ที่แปลว่า สิ่งที่อยู่บนที่สูงค่ะ

- คุณแม่คะ เห็นคุณเอ ศุภชัยเล่าให้ฟังว่าณเดชน์แทนตัวเองกับแม่ว่า "หนู" ทุกคำ จริงหรือเปล่าคะ
     เป็นบางครั้งค่ะ บางทีเขาก็แทนตัวเองว่า "หนู" บางทีก็เรียกชื่อ "แบรี่" แทนตัวเอง แต่ส่วนมากจะเป็นหนู หนูนี่จะใช้เวลาคุยกัน 2 คนหรืออยู่กับคนที่สนิท แต่ถ้ามีคนอื่นที่ไม่สนิทก็จะเป็นแบรี่ เพราะถ้าแทนตัวเองว่าหนู บางทีก็โดนล้อ (หัวเราะ)

- เวลาคุยกัน คุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็น้องณเดชน์ คุยกันเป็นภาษาอะไรคะ ทราบมาว่าน้องพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้
     ณเดชน์พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ค่ะ อย่างที่แม่บอก คือ เขาเกิดที่เมืองไทย เกิดที่อีสาน ภาษาบ้านเกิดยังไงก็ต้องพูดให้ได้ ส่วนภาษาญี่ปุ่น เขาก็จะเรียนรู้เป็นคำๆ ไป และก็พูดได้บ้างเป็นบางประโยค แต่ถ้าพูดจริงๆ ก็พูดไม่ได้หรอกค่ะ เวลาพูดกัน ระหว่างแม่กับณเดชน์จะพูดกลางบ้าง เว่าอีสานบ้าง ส่วนกับคุณพ่อ พูดภาษาอังกฤษกันค่ะ แต่ก็จะมีคำญี่ปุ่นบ้างเป็นบางครั้ง

- รู้มาว่า ก่อนนอนทุกคืน น้องต้องโทรมา "กู้ดไนท์ คิส" กับคุณแม่ทุกคืน จริงหรือเปล่าคะ น้องน่ารักมากเลยนะคะที่โทรมาราตรีสวัสดิ์คุณแม่ทุกคืน
     เรื่องนี้เรื่องจริงค่ะ เขาจะโทรมาทุกคืน ....4 ทุ่มของทุกวันปุ๊บเขาจะโทรมาเป็นกิจวัตรเลย เพราะเขารู้ว่าแม่เข้านอน 4 ทุ่ม เขาจะรู้เวลาขนาดไปเนปาล เขาก็ยังโทรมา แต่ถ้าเกิดว่ามีงานติดพัน เขาจะรีบโทรมาก่อนค่ะ เวลาโทรมา เขาก็เล่านู่นนี่นั่นให้ฟัง แล้วก็บอกรักแม่ บอกให้แม่นอนห่มผ้า แล้วก็ส่งจุ๊บ เป็นกู้ดไนท์ คิส ทุกคืนค่ะ เขารู้ว่า ถ้าเขาไม่โทรมา แม่จะนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงเขา พอได้กู้ดไนท์ คิสจากเขาแล้ว แม่จะหมดห่วง นอนหลับสบายค่ะ (หัวเราะ)

- คุณแม่คะ หนูรู้มาว่าน้องกลัวผีอย่างหนัก เคยมั้ยคะที่โทรมาเพราะว่ากลัวผี
     (หัวเราะขำ) ก็มีบ้างค่ะ แต่ก็ไม่บ่อย เพราะเขารู้ว่าเขารบกวนแม่ แม่นอนไปแล้ว ถ้าโทรมาก็เท่ากับว่าปลุกแม่ ดังนั้นส่วนมากเขาจะสวดมนต์ค่ะ แต่ส่วนมาก สวดไม่จบหรอก ต้องไปหาคนมานอนเป็นเพื่อนหรือไม่ก็ต้องรีบไปนอนกับคนอื่นค่ะ

- เลี้ยงลูกยังไงให้กลัวผีคะ เอ่อ หมายความว่า ทำไมน้องถึงกลัวผีคะ
     ตัวแม่เองไม่เคยขู่เขาให้กลัวอะไรนะคะ แต่แปลกที่เขากลัวแมลงสาบ กลัวจิ้งหรีด เห็นไม่ได้เลย เขาจะแขยงแล้วก็หนีเลยค่ะ (หัวเราะ)  ส่วนเรื่องผีนี่เป็นเพราะเขาฝังใจในวัยเด็กค่ะ คือตอนเด็กๆ เขาชอบดูหนังกับพี่ชายอีกคน (ลูกพี่ลูกน้อง) กำลังดูๆ เพลินๆ พี่เขาก็ไปแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกผีน้อง น้องก็ตกใจเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว บางครั้งเข้าห้องน้ำ ก็แอบไปปิดไฟแล้วก็ขังน้องไว้ในห้องน้ำจนน้องร้องไห้ถึงยอมไปเปิด ที่หนักสุดคือ ดูเรื่อง แค้นฝังหุ่น กำลังดูๆ อยู่พี่แกล้งปิดไฟตอนผีออกมา (หัวเราะ) ตั้งแต่นั้นมาณเดชน์ก็กลายเป็นคนกลัวผี แล้วก็ไม่กล้าปิดประตูห้องน้ำอีกเลย (หัวเราะ) แม่รู้ว่าเขากลัวผีมาก แม่ก็บอกว่า ผีของแต่ละคนนั้นมันไม่เหมือนกัน เพราะผีเป็นเรื่องของการจินตนาการ ยิ่งจินตนาการมากก็กลัวมาก ณเดชน์บอก
     "ของหนูไม่ต้องจินตนาการก็กลัวแล้วครับโผมมมม"

- หลายคนชื่นชอบคุณแม่มากที่เลี้ยงน้องมาให้รักความเป็นอีสาน พูดอีสานได้ ที่สำคัญคือ ไม่เคยอายที่จะบอกใครว่าเป็นคนอีสานเลย
     ณเดชน์ภูมิใจที่เป็นคนอีสานมากค่ะ เวลาบอกใคร เขาจะไม่ค่อยบอกว่าเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น แต่เขาจะบอก "ลูกครึ่งขอนแก่น-ญี่ปุ่น" ตลอด  เห็นณเดชน์กินอาหารอีสาน กินงู กินหนู กินกบ กินอะไรได้ เป็นเพราะว่าแม่เลี้ยงมาแบบง่ายๆ ค่ะ มีอะไรกินอันนั้น มีข้าวเหนียวจิ้มแจ่ว จิ้มป่นปลาก็ต้องกินเท่าที่มี เขาก็เลยเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย และก็กินได้เกือบจะทุกอย่าง แต่ในการสอนลูกให้ง่ายในเรื่องการอยู่การกินนี้ คนเป็นแม่ก็ต้องมีวิธีสอนให้เขาฉลาดเลือก สอนให้เขารู้จักโลกในเรื่องอื่นๆ ด้วย แม้เราจะเป็นคนอีสาน ก็เป็นคนอีสานที่ทันสมัย ทันโลกได้ใช่มั้ยคะ

- คุณแม่คะ คุณแม่มีวิธีการเลี้ยงน้องยังไง น้องถึงน่ารักและเก่งอย่างนี้คะ
     เลี้ยงแบบธรรมดาๆ มากเลยค่ะ ไม่ได้เลี้ยงแบบวิเศษหรือพิเศษแตกต่างไปจากแม่คนอื่นๆ ที่เขาเลี้ยงลูกเลย แม่คนอื่นเลี้ยงลูกกันยังไงแม่ก็เลี้ยงณเดชน์อย่างนั้น ไม่มีวิธีการที่แตกต่างไปจากแม่คนอื่นเลยค่ะ เพราะแม่เชื่อว่า คนเป็นแม่ก็ย่อมให้ ย่อมสอนสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกตัวเองด้วยสัญชาตความเป็นแม่ที่รักลูกอยู่แล้วค่ะ

- รบกวนคุณแม่บอกเคล็ดลับนิดนึง นะคะ นะ นะ เพราะว่าที่คนเขาชอบลูกชายคุณแม่ส่วนมากแล้ว ไม่ได้ชอบหน้าตา แต่ชอบนิสัย สมัยนี้ดาราเยอะ คนหน้าตาดีก็เยอะ คนที่ชอบดาราก็มีตัวเลือกเยอะ แต่ที่น้องณเดชน์โด่งดังมาได้ นอกจากหน้าตา ฝีมือในการแสดงแล้ว ส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนหลักเลยก็คือนิสัยค่ะ
      คุณแม่หัวเราะแบบถูกอกถูกใจมากค่ะ แล้วบอกว่า "ขอบคุณมากเลยนะคะที่ชอบนิสัยณเดชน์ แม่มีความสุขมากที่ได้รู้ว่าแฟนๆ ชอบนิสัยเขา เพราะว่าไม่อยากให้มองแค่หน้าตา หน้าตาก็เป็นแค่ส่วนประกอบภายนอกเท่านั้น แม่ดีใจมากที่ทุกคนรักณเดชน์อย่างที่ณเดชน์เป็น รับตัวตนของณเดชน์ได้ เพราะจะว่าไปแล้ว เขายังเด็กมากยังติดทำอะไรแบบเด็กๆ อยู่ บางครั้งก็อาจจะมีอะไรที่ไม่เหมาะสมบ้าง แม่ก็ต้องขอโทษแทนเขาด้วยนะคะ"

- หลายคนอยากเลี้ยงลูกให้เป็นแบบณเดชน์ค่ะ
     ธรรมชาติของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน จะเลี้ยงให้ออกมาเหมือนกันไม่ได้ค่ะ ของณเดชน์นี่แม่ก็จะเลี้ยงมาตามธรรมชาติของเขา ตามที่เขาควรจะเป็น ข้อสำคัญคือ แม่จะไม่บังคับเขา จะไม่มีการสั่งให้ทำโน่นทำนี่ จะไม่มีบอกให้ไปซ้ายไปขวา แม่จะสอนลูกให้เป็นตัวเอง ให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ที่สำคัญคือให้มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ใช่แม่เป็นคนคิดให้ แม่ไม่อยากให้ลูกทำตามคำสั่งแม่ แต่อยากให้ลูกทำด้วยตัวของเขาเองมากกว่าค่ะ เวลาจะทำอะไร แม่จะถามอันนี้ดีมั้ย ไม่มีการสอนแบบอันนี้ดีนะ ลูกต้องทำนะ เราเพียงแต่เสนอ ส่วนเขาจะสนองหรือไม่ เป็นเรื่องที่เขาจะตัดสินใจเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามค่ะ

- เหมือนคุณแม่จะบอกว่า ณเดชน์เขาดีโดยพื้นฐานของเขาเอง
     คือ อันนี้ถ้าคนเป็น "แม่คน" อ่านแล้วจะเข้าใจว่าเราไม่ได้พูดให้ลูกเราดูดีนะคะ แล้วคนเป็นแม่ก็จะเข้าใจและไม่หมั่นไส้ในสิ่งที่แม่พูด  คือสำหรับแม่แล้ว ณเดชน์เขาดีโดยเนื้อแท้ของเขาอยู่แล้ว คือเขาก็มีพื้นฐานที่ดี มีธรรมชาติที่ดีติดตัวเขามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แม่ไม่ต้องทำอะไรกับเขามากเลย เพียงแต่ว่าคอยดูแล เพิ่มเติมส่วนที่เขายังขาดให้เขาเท่านั้นเองค่ะ

- คุณแม่เลี้ยงน้องโดยการใช้ความรักนำทาง ใช้ความรักเป็นหลัก
     ใช่ค่ะ ความรักจะทำให้เขาเข้าใจว่าแม่รักและห่วงเขา แต่แม่ไม่เคยเอาความรักมาเป็นเครื่องต่อรองเวลาเลี้ยงณเดชน์เลยนะคะ บางคนเลี้ยงเด็ก พอเด็กดื้อก็จะบอก "ถ้าดื้อ จะไม่รักนะ" ...ถ้าไม่ทำอย่างนี้จะไม่รักนะ  กับณเดชน์นี่ แม่จะไม่พูดอะไรแบบนี้เด็ดขาด เพราะว่าความรักไม่ใช่ของที่จะเอามาต่อรอง ไม่ใช่ลูกต้องทำตามแม่เพราะกลัวว่าแม่ไม่รัก ถ้าเขาทำอย่างนี้ โตมาเขาก็จะยึดติด กลัวว่าถ้าไม่ทำอย่างนี้ เดี๋ยวไม่มีใครมารัก แล้วเขาจะยึดความรักเป็นหลักว่าถ้าใครไม่ทำแบบที่อยากให้ทำ เขาก็จะไม่รักคนคนนั้น ความรักคือความรัก ถ้าจะรักต้องรักเพราะรักค่ะ แม่ก็เลยสอนณเดชน์แบบใช้เหตุใช้ผล เช่น ถ้าลูกเป็นแบบนี้ สิ่งที่ลูกจะได้ก็จะมีแบบนี้ๆ มีอะไรบ้างก็ว่ากันไป ที่สำคัญคือ เขารู้ว่าเขาได้รับความรัก ถูกรัก เขาก็ต้องรักคนอื่นเป็นด้วย ไม่ใช่ว่ารอรับแต่ความรักอย่างเดียว เขาต้องรู้ว่าเวลาเขารักใคร เขารู้สึกยังไงด้วย เขาจะได้เข้าใจคนที่รักเขา แม่จะสอนลูกแบบให้ "ลูกสอนตัวเอง" ค่ะ สิ่งสำคัญคือลูกต้องมีสปิริต
ต้องรู้จักเลือกสิ่งที่ดีให้ตัวเอง ต้องรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว และตัดสินด้วยตัวของลูกเอง

- คุณแม่คะ ฟังจากที่น้องณเดชน์ให้สัมภาษณ์ น้องบอกว่า คุณแม่ไม่เคยห้ามเวลาน้องจะมีความรัก
     ค่ะ ใช่ค่ะ แต่การมีความรักของเขาก็ต้องพัฒนาตัวเขาด้วย ไม่ใช่ว่ามีความรักแล้วการเรียนเสีย ถ้าเป็นอย่างนี้แม่ก็ไม่สนับสนุนค่ะ

- ที่ผ่านมา น้องเคยมาปรึกษาเรื่องความรักบ้างมั้ยคะ
     ก็มีบ้างค่ะ มีมาบอกว่าคนนี้น่ารัก คนนี้นิสัยดี

- จริงหรือเปล่าคะที่น้องบอกว่า ถ้าน้องมาบอกคุณแม่ คุณแม่จะบอกว่า....... "ถ้าชอบก็จีบสิ จีบเลย"
       (หัวเราะ) จริงค่ะ แม่พูดอย่างนั้นจริงๆ เพราะความรักคือเรื่องของการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ถ้าชอบคนไหนก็จีบเลย

- แล้วน้องณเดชน์จีบหรือเปล่าคะ
       ก็เป็นไปตามประสาเด็กผู้ชายค่ะ เป็นเรื่องธรรมดาของเด็กวัยรุ่น แม่เองก็ไม่ได้ห้ามอะไร แม่เข้าใจเพราะแม่เองก็เคยเป็นวัยรุ่นมาก่อน

- คุณแม่คะ แล้วเรื่องน้องญาญ่าละคะ ตอนนี้มีแต่แฟนละครอินอยากให้น้องทั้งสองคนรักกันนอกจอ เหมือนกับในจอ ณเดชน์เขาพูดถึงญาญ่าให้คุณแม่ฟังว่ายังไงบ้าง พูดถึงญาญ่าบ้างหรือเปล่าคะ
     พูดค่ะ ณเดชน์เขาบอกว่า...ญาญ่าน่ารัก เป็นผู้หญิงที่น่ารักมากในสายตาเขา อ้อ ณเดชน์กับญาญ่ารู้จักกันมาตั้งแต่ถ่ายแบบใหม่ๆ ไม่ได้เพิ่งมารู้จักกันตอนเล่นละครนะคะ ทั้งสองคนนี้น่าจะเข้าวงการถ่ายแบบมาพร้อมๆ กัน และรู้จักกันมานานพอสมควรแล้ว

- ณเดชน์พูดถึงญาญ่าว่ายังไงอีกคะ
     เขาก็บอกว่าน่ารัก ทำงานเก่ง เตรียมทำการบ้านมาก่อนทุกครั้ง และเพราะญาญ่านี่แหละค่ะ ที่ทำให้ณเดชน์ต้องเร่งสปีดตัวเองจนทำให้สามารถแสดงเป็นไฟตามที่ป้าแจ๋วต้องการได้

- คุณแม่คะ ปกติเวลาณเดชน์จีบใคร เขาจะเล่าให้แม่ฟังทุกคนหรือเปล่าคะ
     ก็เล่าบ้างไม่เล่าบ้างค่ะ แล้วแต่เขา แต่ส่วนมากถ้าเป็นจีบเล่นๆ เขาก็จะเล่าให้ฟังบ้างค่ะ

- หมายความว่า...ถ้าจีบจริงๆ จะไม่เล่าเหรอคะ
     ขานี้ถ้ามี "ซัมติ้ง รอง" เขาไม่เล่าหรอกค่ะ

- แล้วเขาเล่าเรื่องน้องญาญ่าให้คุณแม่ฟังหรือเปล่าคะ
      ไม่เล่าเลยค่ะ ไม่พูดถึงเลย นี่แม่ก็รอให้เล่าให้ฟังอยู่ แต่เขาไม่เล่าเลย

- ไม่พูดถึงเลยสักนิดเลยเหรอคะ ไม่น่าเชื่อเลย เรื่องนี้ออกจะเป็นเรื่องทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ น้องไม่น่าจะไม่พูดถึงเลย เป็นไปได้เหรอคะ
     ไม่พูดถึงเลยจริงๆ ค่ะ คุยโทรศัพท์กับแม่ทุกวันก็ไม่เคยพูดเลย

- คุณแม่ไม่ถามละคะ
     รอให้เขาบอกเองดีกว่าค่ะ

- แล้วถ้า ถ้าเขามาบอกละคะ คุณแม่จะว่ายังไง
     ก็ไม่ว่าไงค่ะ ถ้าเขามาบอก ก็จะบอกเขาไปว่า ถ้าแน่ใจกับหัวใจตัวเองแล้ว ...ชอบก็จีบสิ...

- คุณแม่ไฟเขียวเหรอคะ
     ถ้าลูกชอบ แม่ก็ชอบค่ะ ขออย่างเดียว ถ้าไม่ชอบก็อย่าไปจีบเล่นๆ เราเป็นผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิง เขาเป็นลูกมีพ่อมีแม่ เดี๋ยวเขาจะเสียหาย แต่ถ้าชอบจริงก็จีบเลย

ประเด็นว่า มีแฟนรึยัง
พี่เอ
- เอ ณเดชน์เป็นเด็กดีเปล่า พี่รักณเดชน์ว่ะ
     " พี่ เด็กมันดีจริงๆ พี่คิดถูกแล้วที่พี่รักมัน มันเป็นเด็กกตัญูญู เป็นเด็กมีสัมมาคารวะ รักแม่มาก พูดกับแม่แทนตัวเองว่า "หนู" กับแม่ทุกคำ โทรหาแม่ทุกวัน ต้องส่งแม่เข้านอนทุกคืน หาเงินมาได้กี่บาท ให้แม่หมด ที่สำคัญ มันยังไม่มีแฟนพี่ โสดสนิท เอการันตีได้ เอปวดหัวกับเด็กในสังกัดเรื่องนี้ แต่กับณเดชน์ คอนเฟิร์ม ไม่มีแน่นอนเลยพี่ แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่ามันจะเป็นตุ๊ดหรือแอ๊บแมน มันแมนยิ่งกว่าแมน แมน 200 เปอร์เซ็นต์เลยพี่"

พี่อ้วน
- พี่อ้วนคะ พี่อ้วนกินดารา กินนายแบบมาเยอะ ถามจริงพี่อ้วนกินณเดชน์มายัง
     โอ๊ยยย ไม่กินหรอก เด็กคนนี้ถึงให้กินก็ไม่กิน เด็กมันเป็นเด็กดี ตัวจริงมันมีสัมมาคารวะมาก เจอพี่ทีไรไหว้ปะหลกๆ ตลอด กินไม่ลง เพราะว่ามันเป็นเด็กกตัญญูรู้คุณคน มันรักแม่มันมาก นี่ก็เก็บเงินจนซื้อบ้านให้แม่ได้แล้ว เอมันชมกับพี่ตลอด แล้วก็หวงมากด้วยเพราะเอมันรับปากแม่ณเดชน์มาแล้วว่าจะดูแลให้ดีที่สุด มันก็เลยต้องรักษาสัญญาที่ให้กับแม่ณเดชน์ไว้ อ้อ แล้วหน้าณเดชน์นะเวลาเห็นในทีวียาวเท่าศอก แต่ตัวจริงหน้าเล็กจิ๊ดเดียว หล่อใสมากเลย

- น้องมันแมนเปล่าอะพี่
       แมนนนนดิ มันชอบผู้หญิงแต่ตอนนี้มันยังไม่มีแฟน มันยังเด็ก ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนร้อก

- อ้าว แล้วข่าวกับน้องญาญ่าล่ะ
      ผู้ใหญ่ขอไม่ให้พูด สังเกตดูดิ เวลาให้สัมภาษณ์สองคนนี้จะตอบเหมือนกันเป๊ะ เหมือนนัดกันตอบเลย

แม่แก้ว
     " ณเดชน์เขาเน้นเรื่องเรียนมาก เพราะเขากลัวว่าจะเรียนไม่จบภายใน 4 ปี กลัวจะเรียนจบไม่ทันเพื่อน (อ๊ะๆๆ ทันญาญ่าหรือเปล่าคะ เอิ๊กๆ) เห็นบอกแม่ว่าจะรับงานให้น้อยลง และจะเพิ่มเวลาเรียนให้มากขึ้น เขาบอกทำงาน ทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เรียนสำคัญกว่า เขารักเรียนมาก ถึงขนาดบอกว่า ......ตอนนี้ขอเน้นเรียนก่อน เรื่องแฟนเอาไว้หาทีหลัง...... "

หมาก
- หมากครับ (อู้ววววว ได้เรียกคำนี้แล้วมันสดชื่นเย็นรื่นใจอีกแล้วววว)
     ครับ

- หมากคิดว่าความรักจำเป็นสำหรับหมากมั้ยครับ
     มีมันก็ดีครับ ชีวิตจะได้เป็นชีวิตที่มีครบทุกรส เวลาผมไปแสดงละครจะได้ถ่ายทอดออกมาได้ว่าคนที่มีความรักเขารู้สึกอะไรกันยังไงได้สมจริง แต่ว่าตอนนี้ผมยังไม่มีแฟนครับ ผมอยู่หอคนเดียว

- (กระซิบ) จุ๊ๆ แล้วณเดชน์อะ มีแฟนหรือยัง
     ยังไม่เห็นนะครับ พี่

- ไม่เห็นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี เรียนที่เดียวกัน ไม่มีแฟนที่ ม.รังสิตบ้างเหรอครับ
     ของผมไม่มีครับ ส่วนมากเป็นเพื่อนที่สนิทรู้ไส้รู้พุงกันหมด แถมยังติดพี่เมี่ยงที่คอยคุมอยู่ด้วย ส่วนณเดชน์ ก็ยังไม่มีเหมือนกันครับ

- หล่อๆ อย่างนี้ทำไมไม่มีแฟนกันฮึ
     โธ่ พี่ ใครเค้าจะมาเอาพวกโผมมมมมมมมมม

XXX ต่อไปนี้เป็นบทสนทนาระหว่าง จขกท กับ บุคคลที่อนุญาตให้เอาคำสัมภาษณ์มาเปิดเผยได้แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนามนะคะ
- ณเดชน์เป็นแมนเนาะ
     ไม่เพียงแต่แมนครับพี่ปลาดาว น้องยังเป็น "สุภาพบุรุษ" ด้วย เวลาไปกินข้าวกันที่ร้านอาหาร ถ้าเห็นใครไม่มีกับข้าวในจานหรือน้ำหมดแก้ว พ่อณเดชน์จะต้องคอยเทคแคร์หามาเติม ตักมาให้เสมอครับ
แล้วบางครั้งเขาก็ขอเลี้ยงข้าว บอกว่าตัวเขาทำงานหาสตางค์ได้แล้ว ขอเลี้ยงตอบแทนบ้าง ถ้าไม่ให้เลี้ยงจะโกรธมาก ก็เลยต้องยอมให้เลี้ยงไปมิ้อนึง (หัวเราะ) แล้วตอนหลังก็ต้องเลี้ยงคืน กินของเขาไม่ลงหรอก เห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

- เห็นว่าณเดชน์เป็นคนขี้เหนียว
     ขี้เหนียวจริงครับ แต่ว่าเรื่องเลี้ยง เรื่องความมีน้ำใจนี่ไม่เหนียวเลย เขาจะไปเหนียวกับพวกเครื่องใช้มากกว่า อย่างเราถามว่า ณเดชน์เมื่อไหร่จะมีบีบีใช้กับเขาบ้าง เขาบอกก็ซัมซุง (ที่ได้มาฟรีจากการเป็นพรีเซนเตอร์) ก็ยังใช้ได้ดีอยู่ จะไปซื้อใหม่ให้มันเปลืองทำไม (หัวเราะ)

- ทำไมณเดชน์ยังไม่มีแฟนละคะ
     เขาคิดมาก เลือกยาก เลือกนาน นี่ก็บ่นให้ฟังเหมือนกันว่าเหงา ไม่รู้จะคุยอีลุกจุ๊กจิ๊กกับใคร ไม่มีแฟนก็ไม่รู้จะมีบีบีไปทำไม สุดท้ายก็ต้องมาขลุกอยู่กับพี่ กับพี่เอ (หัวเราะ)

- เรื่องญาญ่าละคะ
     โหย พวกเราก็ลุ้นจะตาย แต่พอจะอ้าปากลุ้น ณเดชน์ยกมือห้ามแล้วบอก "อย่าๆ ..." แล้วเดินหนีหรือไม่ก็รีบเปลี่ยนเรื่องคุยทุกที

เจ้าตัว
-ณเดชน์ครับผม (โอยย สุขใจจริงๆ ปาดซ้ายก็หมาก ปาดขวาก็ณเดชน์ เอิ๊กๆ )
     ครับผม

- ณเดชน์มีแฟนหรือยังครับผม
     ยังครับ ยังโสดสนิทคร้าบโผมมม

- โสดน่ะ เค้าแปลว่ายังไม่แต่งงาน มีแฟนแล้วก็ยังเป็นโสดได้อยู่
     ผมยังไม่มีแฟน ยังโสด ยังไม่แต่งงานครับ (เอ้อ เอาเข้าไป พ่อคุณ)

- แล้วทำไมไม่มีล่ะ
     ตอนนี้แค่เรียนกับทำงานผมก็แทบจะไม่มีเวลาหายใจแล้วครับ ความจริงเรื่องฟงแฟนเนี่ย ผมก็อยากมีเหมือนกับคนอื่นเขานะ แต่อยากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่อยากกดดันตัวเองว่าต้องมีๆ และก็ไม่อยากถูกกดดันด้วยครับผม ว่าแต่ถ้าผมมีแฟนแล้ว ทุกคนจะรักผมเหมือนเดิมหรือเปล่า ฝากถามกลับไปด้วยนะครับโพ้มมม

3 ความคิดเห็น:

  1. เพิ่งจะรู้ละเอียดลึกก็วันนี้ ขอให้น้อง ณเดชน์ โชคดี คิดอะไรดีๆก็ได้สมความปราถนานะคะ

    ตอบลบ
  2. เพิ่งจะรู้ละเอียดลึกก็วันนี้ ขอให้น้อง ณเดชน์ โชคดี คิดอะไรดีๆก็ได้สมความปราถนานะคะ

    ตอบลบ
  3. ชอบคู่นี้ ณเดชน์หุ่นล่ำมากกกกกกก อิจฉาญาญ่าเลย ไปเจอมาในนี้ http://www.boomchanneltv.com/entertain/

    ตอบลบ