แม้ไม่มีใครรู้ แต่เรารู้ รู้ว่าเรานั้นทำเพื่อใคร ไม่ว่าวันพรุ่งนี้ มันจะเป็นเช่นไร ก็จะไม่เสียใจกับสิ่งที่เราได้ทำ ฟ้าและดินไม่เห็นไม่เป็นไร ไม่ได้หวังให้ใครจดจำ แม้ยากเย็นแค่ไหน ไม่เคยบ่นสักคำ ไม่มีใครจดจำ แต่เราก็ยังภูมิใจ จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา จะยอมรับโชคชะตาไม่ว่าดีร้าย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ถึงเวลาก็ต้องไป เหลือไว้แต่คุณงามความดี ขอเทิดทูลศักดิ์ศรียิ่งสิ่งใด แม้แต่ลมหายใจก็ยอมพลี โลกยังไม่สิ้นหวัง ถ้ายังมั่นในความดี ศรัทธาไม่เคยหน่ายหนี คนดีไม่มีวันตาย

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สัมภาษณ์ ณเดชน์ คูกิมิยะ ......ยังไงๆ "เกมร้าย" ต้องย่อมพ่าย "เกมรัก"



credit : กระทู้ EXCLUSIVE : สัมภาษณ์ ณเดชน์ คูกิมิยะ ......ยังไงๆ "เกมร้าย" ต้องย่อมพ่าย "เกมรัก" โดย คุณ ปลาดาว ห้องเฉลิมไทย Pantip.Com

     นั่งหัวเราะขำตัวเองแหะๆ อย่าว่าแต่บรรดาแฟนละคร"จะไหวมั้ย" เลย ก็ขนาด พ่อแบรี่ ณเดชน์ คูกิมิยะ ยังลุ้นตัวเองสุดๆ ถึงกับบ่นกับคุณแม่ สุดารัตน์ คูกิมิยะ หลังจากกลับถ่ายละคร "เกมร้ายเกมรัก" ตลอดว่า "ไม่รู้จะไหวมั้ย" เหมือนกัน
      "เขานั่งหัวเราะตัวเองแล้วก็บอกกับแม่ว่า ตอนถ่ายๆ ไปก็โอเคแต่เวลาละครออนแอร์ ไม่รู้จะออกมาเป็นยังไง เขากังวลว่าคนดูจะยังชอบเขาเหมือนเดิมมั้ย เขาจะสามารถทำให้คนดูเชื่อว่าเขาเป็น "สายชล" หนุ่มชาวเกาะจนลบภาพของ "ไฟ" จากดวงใจอัคนีได้หรือเปล่า ตอนถ่ายละครเรื่องนี้ เขาค่อนข้างเครียดนะคะ เพราะว่านี่เป็นละครเรื่องที่ 3 ของเขาแล้ว เขาก็อยากจะทำให้ออกมาดีกว่า 2 เรื่องแรก เขาอยากจะมีพัฒนาการ เขาไม่อยากให้แฟนๆ ผิดหวัง และนี่คือที่มาของประโยคที่เขาถามแม่ตลอดว่า
     "แม่ครับ แบรี่จะไหวมั้ยเนี่ย"
     และคำตอบที่เขามีให้กับคำถามที่เขาตั้งขึ้นมาถามตัวเองก็คือ
     "งานนี้ไหว ไม่ไหวยังไงก็ต้องไหวละครับ แม่ "
     ขณะนี้ละครออกอากาศมา 3 ตอนแล้ว พวกเราคิดว่า
     "ณเดชน์ไหวหรือไม่ไหวคะ"

     ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว ที่คุณแม่ให้เกียรติสัมภาษณ์ให้พวกเราชาวพันทิปได้อ่านกัน และครั้งที่สำคัญที่สุดก็คือ ครั้งที่คุณแม่ออกมาพูดถึงความเป็นลูกครึ่งที่แท้จริงของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณแม่ผ่านทางพันทิปเพียงแห่งเดียว คิดว่าหลายคนคงยังจำกันได้นะคะ  มาวันนี้ คุณแม่อัพเดตข้อมูลล่าสุดให้ฟังค่ะว่า
     "หลังจากผ่านช่วงวิกฤตินั้นมาได้ เรา 3 คน พ่อแม่ลูกก็กอดคอกันร้องไห้
     ที่ร้องนี่ ไม่ได้ร้องเพราะความเสียใจนะคะ แต่ร้องเพราะความดีใจ ดีใจที่เราได้พูดความจริงที่พูดไม่ได้เสียที เราไม่ได้ตั้งใจที่จะหลอกคนอื่น เราไม่ได้ตั้งใจที่จะปั้นแต่งประวัติแบรี่ แต่เราต่างคนต่างก็ไม่กล้าพูดความจริงออกมา แบรี่ก็ไม่กล้าพูดเพราะเขากลัวคุณพ่อคุณแม่จะเสียใจ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่กล้าพูดเพราะกลัวแบรี่จะเสียใจเหมือนกัน แต่พอทุกอย่างเป็นข่าวแล้ว เราทุกคนก็หันหน้ามาคุยกัน และคำตอบที่ได้ก็คือ จากวิกฤติครั้งนั้นทำให้เรารักและเข้าใจกันมากขึ้นค่ะ เรื่องในครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ถ้าเราให้ใจซึ่งกันและกัน ครอบครัวของเราก็จะเข้มแข็งขึ้นได้เพราะความรักและความเข้าใจค่ะ นอกจากเราแล้ว ความรู้สึกของคุณแม่จริงๆ ของแบรี่กับแบรี่ก็เข้าใจกันมากขึ้นด้วย
     ทุกวันนี้ แบรี่ยังเป็นแบรี่ที่น่ารักเหมือนเดิม กลับบ้านมาก็จะมากอดแม่แก้วทุกวัน บางครั้งแม่หอมเขา เขาจะบอกวันนี้ตัวเหม็น เดี๋ยวไปอาบน้ำก่อนแล้วจะกลับมาให้กอดให้หอมใหม่นะ ส่วนกับคุณพ่อชาวญี่ปุ่น เขาก็รักกันดี แม่นี่จะคอยลูกกลับบ้านทุกวัน ไม่ว่าจะกลับมาดึกแค่ไหน ตี 3 ตี 4 ก็จะคอย ส่วนคุณพ่อนั้นส่วนมากมักจะขึ้นนอนก่อน ทีนี้พอแบรี่กลับมา ลูกก็จะส่งแม่ขึ้นห้องนอน และทุกวันแม้ว่าคุณพ่อจะหลับไป และไม่รู้ว่าลูกกลับมาตอนไหนแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ลูกทำกับพ่อเสมอคือ ลูกจะไปจับปลายเท้าพ่อเบาๆ เพื่อบอกให้รู้ว่า
     "พ่อครับ ไม่ต้องเป็นห่วง ลูกกลับมาถึงบ้านแล้วนะครับ"

     ตลอดเวลาที่ผ่านมา ณเดชน์มีข่าวไม่ดีหลายอย่างมาก ทั้งข่าวเรื่องสูบกัญชา เรื่องไปดูจ๊ะ คันหู ข่าวดังแล้วหยิ่ง รวมทั้งข่าวเรื่องที่ไม่ใช่ลูกครึ่งญี่ปุ่น ฯลฯ และเป็นที่รู้กันในวงในว่ามีคนจ้องจะใช้ "เกมร้าย" ทำลายชื่อเสียงของณเดชน์ แต่มาวันนี้ ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ คนดีย่อมตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้อย่างแน่นอน ประเด็นนี้คุณแม่บอกว่า
     " แบรี่บอกว่า "เกมร้าย" หรือสู้จะ "เกมรัก" เพราะทุกคนรักเขาและเชื่อมั่นในตัวเขา ความรักจึงช่วยให้เขาเอาชนะเรื่องร้ายๆ และผ่านอุปสรรคจนมายืนอยู่จนถึงทุกวันนี้ได้ แม่คิดว่าที่ทุกคนรักลูกของแม่ คงไม่ได้รักแค่หน้าตาของเขา เพราะในสายตาของแม่ แบรี่ไม่ใช่คนหล่อ หรือคนเพอร์เฟ็กต์อะไร แม่คิดว่าทุกคนรักเขาเพราะเขาเป็น "เด็กดี" และแม่ก็คิดว่าความเป็นคนดี และความที่มีคนรักเขามากกว่ามีคนเกลียดนี่เองจึงทำให้ในที่สุด "เกมร้าย" จึงพ่ายแพ้ให้แก่ "เกมรัก" ค่ะ"

     ก่อนหน้าที่ละครเกมร้ายเกมรักจะออกอากาศ มีการ "โหมโรง" ตอกย้ำภาพคู่ขวัญ "ณเดชน์-ญาญ่า" ด้วยการร้องเพลงคู่โปรโมทสินค้ายำยำที่ทั้งคู่เป็นพรีเซ็นเตอร์ร่วมกัน งานนี้เมื่อ จขกท.เอ่ยปากชมกับคุณแม่ว่า
     "แหม ณเดชน์เต้นพลิ้วเชียวนะคะ คุณแม่"
     คุณแม่บอกว่า
     "จะไม่พลิ้วได้ไงคะ ก็เต้นลูบเป้าเลียนแบบไมเคิล แจ๊คสันมาตั้งแต่เด็กๆ"
     นี่ถ้าไม่เกรงใจคุณแม่ที่ดีและให้ความเมตตากับ จขกท.มากๆ จน จขกท. คิดว่า คุณแม่เป็น "กัลยาณมิตร" ที่ให้แต่คำแนะนำและคำปรึกษาดีๆ แก่ จขกท. แล้วละก็ จขกท. ถามกลับไปแล้วละค่ะว่า
" เอ่อ แม่คะ แล้วตอนโตมานี่ น้องมันยังเต้นลูบเป้าอยู่อีกมั้ยคะ คุณแม่" ฮิ้ววว

     เมื่อตอนที่ทีเซอร์ละครเกมร้ายเกมรักเริ่มโปรโมท ทำให้เห็นว่ามีหลายฉากเลยที่ณเดชน์ "ถึงเนื้อถึงตัวญาญ่า" งานนี้พอคุณแม่ได้ดูพร้อมลูก ก็สังเกตเห็นว่าลูกมีอาการเขินอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อลูกถามว่า
     "แม่ครับ แม่ว่ามันเยอะไปนิดนึงมั้ย"
     คนเป็นแม่ก็ตอบว่า
     "ไม่เยอะหรอกลูก ทุกอย่างผ่านการคิดของทีมงานและผู้กำกับมาแล้ว แม่ดูแล้วมันก็ไม่น่าเกลียดอะไรนี่ ทุกอย่างที่พระเอกกับนางเอกทำก็เพื่อแสดงออกถึงความรักที่ทั้งคู่มีต่อกันนะลูกนะ"
     คุณแม่บอกว่า คุณแม่ชอบฉากที่ทั้งคู่เอาหน้าผากชนกันเป็นสัญลักษณ์ของการสัญญา แต่ที่ชอบมากที่สุดก็คือ ฉากที่เอาจมูกมาถูๆกัน
     "แม่ว่าน่ารักดีค่ะ ดูเป็นความรักแบบใสๆ เข้ากับเนื้อเรื่องได้ดี แล้วภาพมันก็ไม่ได้สื่อออกมาแบบไม่ดีไม่งามอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว"
     เมื่อถามว่า ในทางกลับกัน ถ้าเปลี่ยนคุณแม่มาเป็นคุณแม่ของญาญ่าบ้าง คุณแม่จะว่าอย่างไร
     "ใจเขาใจเรานะ มีลูกสาวกับลูกชายมันต่างกัน ลูกสาวย่อมเสียเปรียบอยู่แล้ว แต่แม่ก็จะพยายามเข้าใจนะคะว่านั่นเป็นหน้าที่ของลูกที่จะต้องแสดงออกมา เข้าใจว่าเป็นงานของลูกที่ลูกต้องถ่ายทอดความเป็นตัวละครตัวนั้นๆ ออกมา แต่ถึงแม้แม่จะเป็นแม่ของณเดชน์ แต่แม่ก็เข้าใจคุณแม่ของน้องญาญ่าดีนะคะว่าคุณแม่น้องญาญ่าคิดอย่างไร เพราะถึงยังไง หัวอกคนเป็นแม่ก็ย่อมจะอดห่วงและหวงลูกสาวไม่ได้ และแม่ก็ภูมิใจในตัวลูกชายแม่นะ ที่แม่ได้ยินแบรี่เขามาพูดให้ฟังเสมอว่า "แม่ครับ แบรี่เกรงใจน้องญาญ่ากับคุณแม่น้องที่สุดเลย" "

      เท่าที่ดูมาทั้งหมด 3 ตอน คิดว่ามีหลายฉากที่ณเดชน์ดู"เรียล" เมื่อ จขกท.แอบถามคุณแม่ว่า คุณแม่คิดตรงกันไหม คุณแม่หัวเราะก่อนตอบว่า
     " ฉากที่ดูสมจริงที่สุดก็คือ ฉากที่แบรี่เขินเวลาญาญ่ากระโดดเข้ามากอด เข้ามานัวเนีย ดูก็รู้ว่าเขาไม่ได้แสดง แต่เขาเขินจริงๆ ค่ะ ลูกชายแม่ เวลาเขาเขินอายอะไร เขาก็จะเป็นแบบนี้ละค่ะ" (หัวเราะ)
     คุณแม่เล่าเสริมอีกว่า
     " ให้แบรี่เขาไปเล่นฉากที่ต้องเข้าหาญาญ่า แม่ว่าเขาจะเขินน้อยกว่าและแสดงได้ง่ายกว่าเวลาที่มีบทให้ญาญ่าเข้าหาเขานะคะ (หัวเราะ) " เห็นเขาเล่าว่า
     "แม่ครับ แบรี่เล่นเรื่องนี้ แบรี่พูดคำว่า "ขอโทษ"กับน้องญาญ่าจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว ยิ่งเทคมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องขอโทษมากเท่านั้น และถ้าเป็นไปได้ แบรี่ก็จะพยายามทำให้เทคน้อยที่สุดเพื่อเซฟให้น้องครับ"

     เมื่อถามว่า คุณแม่คิดอย่างไรที่มีคนชอบ "ณเดชน์กับญาญ่า" จนลุ้นให้เป็นแฟนกัน
     " แม่เข้าใจคนดูนะคะว่า เขาดูแล้วเขามีความสุข ดูแล้วก็อยากให้ลงเอยกันเหมือนพระเอกกับนางเอกในละคร และอย่าว่าแต่แม่ยกจะดูเพลินเลย แม่แท้ๆ อย่างแม่ก็ดูเพลินเหมือนกัน (หัวเราะ)
     คุณแม่คิดยังไงกับน้องญาญ่าคะ
     " แม่ว่าเขาเป็นเด็กดีนะคะ แม่คิดว่าแม่ของน้องญาญ่าสอนน้องเขามาดี คือในฐานะที่เป็นแม่เหมือนกัน ถ้าเด็กไม่มีพื้นฐานแบบดีด้วยตัวเองมาอยู่แล้วแบบที่น้องเขามี แม่รู้เลยว่ากว่าจะสอนลูกให้ได้ขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม่ว่าเขากิริยามารยาทดี แล้วที่สำคัญเขาแต่งตัวน่ารักสมวัย ไม่เคยเห็นแต่งตัววับๆแวมๆ เลย สายเดี่ยวก็ไม่เคยเห็นใส่ เห็นเฉพาะเวลาเข้าฉากในละครเท่านั้น เรื่องนี้แม่ชื่นชมน้องเขามากเลยนะคะ"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น