แม้ไม่มีใครรู้ แต่เรารู้ รู้ว่าเรานั้นทำเพื่อใคร ไม่ว่าวันพรุ่งนี้ มันจะเป็นเช่นไร ก็จะไม่เสียใจกับสิ่งที่เราได้ทำ ฟ้าและดินไม่เห็นไม่เป็นไร ไม่ได้หวังให้ใครจดจำ แม้ยากเย็นแค่ไหน ไม่เคยบ่นสักคำ ไม่มีใครจดจำ แต่เราก็ยังภูมิใจ จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา จะยอมรับโชคชะตาไม่ว่าดีร้าย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ถึงเวลาก็ต้องไป เหลือไว้แต่คุณงามความดี ขอเทิดทูลศักดิ์ศรียิ่งสิ่งใด แม้แต่ลมหายใจก็ยอมพลี โลกยังไม่สิ้นหวัง ถ้ายังมั่นในความดี ศรัทธาไม่เคยหน่ายหนี คนดีไม่มีวันตาย

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ถ้า "ณเดชน์" เป็นคนลวงโลก... "แม่ณเดชน์" ลวงโลกยิ่งกว่า



credit : กระทู้ EXCLUSIVEสัมภาษณ์ (เคลียร์คัท)....ถ้า "ณเดชน์" เป็นคนลวงโลก... "แม่ณเดชน์" ลวงโลกยิ่งกว่า by คุณ pladown ห้องเฉลิมไทย Pantip.Com

     "ณเดชน์เขาเสียใจมากเลยค่ะที่พอมีข่าวเรื่องที่เขาไม่ได้เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น แล้วนักข่าวเปรียบเขาว่าลวงโลกเหมือนนาธาน เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา อย่าว่าแต่ช่วงที่เข้าวงการเลย ช่วงก่อนหน้านั้น เขาเองก็ "น้ำท่วมปาก" มาตลอด อยากบอกความจริงแต่บอกไม่ได้ และที่เขาไม่บอก ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะปิดบังอะไร แต่มันเป็นเรื่องในครอบครัว และที่สำคัญ ที่สุด เขากลัวว่าป๊ะป๋าจะเสียใจ คนที่เขาแคร์ความรู้สึกที่สุดคือป๊ะป๋าของเขา ไม่ใช่แม่ค่ะ ถ้าใครได้รู้ความจริง จะเห็นใจเขามาก ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูแล้วจะเข้าใจสิ่งที่ณเดชน์ทำค่ะ
     ตั้งแต่เด็กจะมีแต่คนถามเขาตลอดว่า เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นแล้วทำไมหน้าออกฝรั่ง อันนี้มันเป็น "ปม" ของเขาเลย เพราะเขาก็คิดว่าเขาเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น มีคุณพ่อเป็นคนญี่ปุ่นและเขาก็รักคุณพ่อของเขามาก ป๊ะป๊าเป็น ฮีโรของเขาเสมอ ที่สำคัญเขาใช้นามสกุล "คูกิมิยะ" ซึ่งก็เป็นนามสกุลของคนญี่ปุ่น ทำไมคนจะต้องมาถามเขาว่าเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นจริงเหรอตลอด  คิดดูว่าปีนี้เขาอายุ 19 ...กี่ปีแล้วที่เขาต้องเจอกับภาวะกดดันแบบนี้ แล้วถ้าเราเป็นเขา เราจะตอบคนอื่นยังไง เราจะอธิบายถึงชาติกำเนิดของเรายังไง แม่ขอย้ำนะคะว่า ณเดชน์ใช้นามสกุลญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็กๆ ใช้มาก่อนแม่จะได้ใช้อีก เพราะแม่ทำธุรกิจในไทย แม่จึงต้องใช้นามสกุลไทย ไม่สามารถใช้นามสกุลต่างชาติได้ แต่ณเดชน์เป็น "คูกิมิยะ" มาตั้งนานแล้ว เขาใช้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาใช้ตอนเข้าวงการ เขาไม่ได้เปลี่ยนนามสกุลหรือเปลี่ยนโปรไฟล์ ตบแต่งประวัติให้ดูดีเพื่อเข้าวงการใดๆ ทั้งสิ้น แล้วจะมาว่าเขาลวงโลกได้อย่างไร ถ้าเขาว่าลูกของแม่ลวงโลก ก็เท่ากับว่าเขาว่าแม่ลวงโลกด้วยเช่นกัน จริงไหมคะ"

     " ที่จริงเรื่องชาติกำเนิดของณเดชน์แม่ไม่อยากจะพูดถึงเลยค่ะ เพราะว่าเรื่องนี้มันละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของคนในครอบครัวหลายๆ คน ทั้งตัวณเดชน์เอง ตัวคุณพ่อ แล้วก็คุณแม่ และที่สำคัญ คุณแม่ผู้ให้กำเนิดของณเดชน์ แต่ว่าคราวนี้ในเมื่อข่าวออกมาอย่างนี้ ข่าวออกมาว่าลูกของแม่เป็นคนลวงโลก เป็นคนเลวที่หลอกคนอื่น แม่ก็ต้องขอพูดสักนิดนะคะ
     ย้อนเวลากลับไป แม่รักณเดชน์เหมือนลูกตั้งแต่ณเดชน์ยังอยู่ในท้องของแม่เขา เพราะแม่เขาก็คือน้องสาวแท้ๆ ของแม่ ตลอดเวลาที่ณเดชน์อยู่ในท้อง แม่ก็จะคอยลูบท้องบอกตลอดว่า เกิดมาเป็นเด็กดีเลี้ยงง่ายๆ นะลูก ...เรียก "ลูก" ตั้งแต่อยู่ในท้อง (เสียงเครือ)
     ความจริงที่สื่อไม่รู้ก็คือ แม่รับณเดชน์มาเป็นลูกของแม่ก่อนที่แม่จะแต่งงานกับป๊ะป๋าเสียอีก ป๊ะป๋าเองยังคิดว่าณเดชน์เป็น "ลูกติด" ของแม่หรือเปล่า เพราะตอนที่จะแต่งงานกัน แม่ได้ขอให้ป๊ะป๋ารับณเดชน์เป็นลูกบุญธรรม เพราะอยากให้ณเดชน์มีพ่อเหมือนเด็กคนอื่นเขา (ร้องไห้) อย่างที่บอก แม่ไม่อยากพูดถึงชาติกำเนิดของณเดชน์ แต่ว่าเริ่มมีข่าวอีกว่า แท้จริงแล้วณเดชน์อาจไม่ได้เป็นลูกครึ่งอะไรเลย แม่จึงขอยืนยันไว้ ณ ที่นี้ว่าณเดชน์เป็นลูกครึ่งจริงๆ ค่ะ เป็นลูกครึ่ง "ออสเตรีย" แต่แม่ขออนุญาตไม่พูดถึงคุณพ่อผู้ให้กำเนิดณเดชน์นะคะ เพราะว่าเรื่องมันเกิดขึ้นมานานแล้ว และเขาก็จากณเดชน์ไปตั้งแต่ยังเล็กมาก ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปรื้อฟื้นมาพูดอีกค่ะ"

     " ถามว่าแม่ปิดบังเรื่องณเดชน์เป็นลูกใครกับณเดชน์มั้ยเหรอคะ ความจริงคือไม่ได้ปิดบังแต่เลือกบอกตอนที่เขาพร้อมที่จะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว ถ้าไปบอกตอนเขายังเด็ก เขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมชีวิตของเขาต้องเป็นแบบนี้ แม่มาบอกเขาตอนโตแล้วนะคะ แล้วพอบอกความจริงไป แม่บอกเขาว่า
     "แบรี่ ลูกรู้ความจริงแล้ว ลูกจะเรียกแม่ว่า "ป้า" ก็ได้นะ แม่ไม่ว่า เพราะความจริงแล้วแม่คือป้าของลูก" (ร้องไห้อย่างหนัก)
     " หลังจากที่ณเดชน์รู้ความจริง เขาก็ปรับตัวได้นะคะ เพียงแต่เลือกที่จะไม่ตอบเรื่องลูกครึ่งว่าแท้จริงเขาเป็นลูกครึ่งอะไรเป็นการ "ตัดปัญหา" วิธีแก้ปัญหาของเขาคือ เขาจะพูดว่า "คุณพ่อผมเป็นคนญี่ปุ่น" เพราะเขาอยากให้เกียรติคุณพ่อ และเขาพูดอย่างนี้มาตั้งแต่เขาเด็กๆ ไม่ใช่เพิ่งมาพูดตอนเข้าวงการนะคะ นอกจากนี้ตัวเขาเองกับคุณแม่จริงๆ ของเขาก็รักใคร่สนิทสนมกันดี คือเขาเข้าใจว่าเขามาเป็นลูกแม่แก้ว แต่ก็ยังเป็นลูกของคุณแม่เขาด้วย เขาดีใจด้วยซ้ำที่มีแม่ 2 คน เขาบอกเขาโชคดีเกิดมามีแม่ 2 คนเลย แล้วที่สำคัญ เขาก็รักน้องที่เกิดจากคุณแม่เขากับคุณพ่อของน้องด้วย เจอน้องทีไร ณเดชน์ตรงเข้าไปกอดไปหอมตลอด กับคุณแม่เขาก็เหมือนกัน กับแม่เองเขาก็ชอบอ้อน ชอบกอด ชอบหอม อย่างที่เคยเล่าให้ฟัง เขาต้องโทรมากู๊ดไนท์ คิสกับแม่ก่อนนอนทุกคืนค่ะ ส่วนกับคุณพ่อญี่ปุ่น เขาทั้งรักทั้งเกรงใจ พอมีข่าวเรื่องเขาไม่ใช่ลูกครึ่งญี่ปุ่น เขากลัวคุณพ่อจะเสียใจมาก เพาะถ้าจะว่าไป ครอบครัวของเราก็ลืมไปแล้วว่าณเดชน์เป็นลูกบุญธรรม คิดแต่ว่าเขาเป็นลูกจริงๆ แต่ที่ต้องจดทะเบียนเป็นลูกบุญธรรมเป็นเพราะว่าเราจริงใจต่อลูกของเรา เราอยากแสดงให้ลูกเห็นว่า เรารักเขาและพร้อมที่ยกสมบัติทุกอย่างให้เขาจริงๆ เราจึงจดทะเบียนรับเป็นลูกให้ถูกต้องเป็นเรื่องเป็นราวค่ะ"

     ท้ายสุด คุณแม่ฝากถาม "สื่อ" และคนที่หาว่าณเดชน์โกหก ลวงโลกว่า
     " ณเดชน์ต้องทำความดีอีกแค่ไหน ถึงจะมาลบล้างข้อเสียที่ว่าเขาโกหก ลวงโลกนี้ได้ ที่ผ่านมาณเดชน์เป็นเด็กไม่ดีหรือคะ ความดีแบบไหนที่คุณต้องการกับเด็กผู้ชายที่เขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายเรื่องชาติกำเนิดของตัวเองมาตลอดชีวิตยังไง ณเดชน์ต้องทำความดีอีกแค่ไหน คุณถึงจะพอใจ แล้วคุณรู้เหตุผลมั้ยว่า ทำไมณเดชน์ถึงพูดความจริงไม่ได้ ทั้งๆที่บางครั้งอยากจะพูด อยากจะบอกก็ตาม"

     "และตอนนี้ณเดชน์เขาก็สบายใจมากที่ได้พูดในสิ่งที่ "อยากบอก" แต่ "พูดไม่ได้" มานาน ตอนนี้เขาบอกว่า "โล่ง" + "แฮปปี้" สุดๆ ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจลูกของแม่กับครอบครัวมา ณ ที่นี้ด้วย นะคะ ขอบคุณคนพันทิปที่รักณเดชน์ทั้งที่อยู่ในไทยและอยู่ในต่างประเทศมากๆ ค่ะ "

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น