แม้ไม่มีใครรู้ แต่เรารู้ รู้ว่าเรานั้นทำเพื่อใคร ไม่ว่าวันพรุ่งนี้ มันจะเป็นเช่นไร ก็จะไม่เสียใจกับสิ่งที่เราได้ทำ ฟ้าและดินไม่เห็นไม่เป็นไร ไม่ได้หวังให้ใครจดจำ แม้ยากเย็นแค่ไหน ไม่เคยบ่นสักคำ ไม่มีใครจดจำ แต่เราก็ยังภูมิใจ จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา จะยอมรับโชคชะตาไม่ว่าดีร้าย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ถึงเวลาก็ต้องไป เหลือไว้แต่คุณงามความดี ขอเทิดทูลศักดิ์ศรียิ่งสิ่งใด แม้แต่ลมหายใจก็ยอมพลี โลกยังไม่สิ้นหวัง ถ้ายังมั่นในความดี ศรัทธาไม่เคยหน่ายหนี คนดีไม่มีวันตาย

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555

พวงมาลัยกับข้าวต้มมัด


    คุณคงดีใจหากว่าเช้าวันหนึ่งจะมีดอกกุหลาบสักดอกมาวางอยู่บนโต๊ะทำงาน  นั่นแสดงว่ามีคนตาถึงมองเห็นเสน่ห์และความน่ารักในตัวคุณ แต่ฉันนี่สิ  พวงมาลัยสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นหอมของดอกมะลิที่วางอยู่บนโต๊ะฉัน ทำเอาฉันเป็นตัวตลกของเพื่อนร่วมงานไปโดยปริยาย
     คนที่เอาพวงมาลัยมาวางให้ฉันทุกเช้าเป็นวิศวกรในแผนกวางแผน ฉันไม่รู้จักเขามากนัก แต่เพื่อนๆในแผนกฉันพูดถึงเขาว่าเป็นคนไม่ค่อยเต็ม ออกจะขวางโลกนิดๆ ฐานะทางบ้านจัดว่าดีทีเดียว แต่ตัวเองงกชะมัด เดิมเขาขับสปอร์ตคันหรูมาทำงาน ทำเอาสาวๆในบริษัทเก็บเอาไปฝันอยากเป็นตุ๊กตาหน้ารถของเขากันหลายคน แต่อยู่ดีๆเขากลับนั่งรถเมล์มาทำงานเสียเฉยๆ  ทำให้สาวๆเหล่านั้นค่อยถอนตัวไปทีละคนสองคนจนไม่เหลือใคร  ถึงฉันจะเป็นพนักงานบัญชีและเห็นด้วยกับมาตรการประหยัดของเขาแต่แค่ดอกกุหลาบสักดอกคงไม่ได้แพงไปกว่าพวงมาลัยสักเท่าไรละมัง
     วันนี้ฉันมาทำงานเช้ากว่าปกติซึ่งทางหัวหน้าของฉันขอร้องมาสำหรับเช้าวันจันทร์ เพื่อมารับรายงานจากฝ่ายต่างๆและเตรียมรายงานให้เสร็จก่อนเก้าโมง เช้า ทำเอาฉันต้องรองท้องด้วยกาแฟเพียงแก้วเดียวสำหรับมื้อเช้ามื้อที่สำคัญที่สุดของวัน แต่ก็ทำให้ฉันได้มีโอกาสเจอวิศวกรคนนั้น คนที่เอาพวงมาลัยมาวางที่โต๊ะฉันทุกเช้า เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวที่ถูกม้วนขึ้นไปจนเกือบถึงข้อศอกทำให้เขาดูทะมัดทะแมงขึ้น นั่งคงเพราะต้องโหนรถเมล์มาละมัง เขาทำท่าลังเลอยู่หน่อย เมื่อพบว่าฉันมาทำงานแต่เช้า ก่อนจะเดินเข้ามาและวางพวงมาลัยบนโต๊ะ ฉันอย่างเงียบๆ
'ขอบคุณค่ะ หอมจัง' ฉันบอกเขาไป
'คุณชอบมันจริงๆเหรอ' เขาถามกลับ ฉันยิ้มให้ เขาควรจะไปตีความเอาเอง ว่าผู้หญิงหน้าตาน่ารักอย่างฉันเหมาะ กับพวงมาลัยไหม
'ดีใจที่คุณชอบ'  อ้าว ... นี่เขาเป็นวิศวกรจริงๆหรือเปล่านะ ไม่ฉลาดเอาเสียเลย
'ทำไมวันนี้มาแต่เช้าล่ะครับ' เขาชวนคุย 
'พอดี พี่วรรณขอให้มาก่อนเวลาในทุกวันจันทร์น่ะค่ะ' ฉันตอบ
'ถ้างั้นคุณคงไม่มีเวลาทานข้าวเช้า' ฉันยกแก้วกาแฟให้เขาดูแทนคำตอบ เขาทำสีหน้าครุ่นคิด นี่คงไม่ได้ กำลังคิดหรอกนะว่าฉันจะได้พลังงานจากกาแฟแก้วนี้กี่แคลอรี่ และเพียง พอกับการทำงานของฉันในช่วงเช้าหรือเปล่า 
'แล้วทำไมมาเช้าจังล่ะคะ' ฉันถามเขา
'ผมต้องต่อรถเมล์ มาน่ะครับ ถ้ามาสายรถจะติด'
'แล้วรถคันเดิมไปไหนแล้วคะ'
'ผมจอดไว้ที่หอพักเพื่อนแล้วขึ้นรถเมล์มาครับ สะดวกกว่า และได้ทำธุระด้วย' เขาบอก  ธุระอะไรของเขานะ ที่ต้องทำแต่เช้าเชียว หรือจะใส่บาตร แต่ฉันก็ไม่ได้ ถามเขาไปหรอก
'หอพักเพื่อนคุณ อยู่ใกล้เหรอคะ' ฉันถามเขาเพราะอยากหาที่พักใกล้ที่ทำงานมากขึ้น สนองนโยบายรัฐ
'ต่อรถเมล์มานี่ก็สองต่อเองครับใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที'
'พอมีเบอร์ติดต่อไหมคะ'
'ผมพาไปได้ ถ้าคุณสนใจ' เขาบอก
    คุณคงดีใจหากว่าเช้าวันหนึ่งจะมีดอกกุหลาบสักดอกมาวางอยู่บนโต๊ะทำงาน  นั่นแสดงว่ามีคนตาถึงมองเห็นเสน่ห์และความน่ารักในตัวคุณ แต่ฉันนี่สิ  พวงมาลัยสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นหอมของดอกมะลิที่วางอยู่บนโต๊ะฉัน ทำเอาฉันเป็นตัวตลกของเพื่อนร่วมงานไปโดยปริยาย    
     จากนั้นในทุกวันจันทร์ บนโต๊ะของฉันนอกจากจะมีพวงมาลัยดอกมะลิแล้ว  ยังมีข้าวต้มมัดเพิ่มมาด้วยอีกหนึ่งอย่าง ข้าวต้มมัดกับกาแฟ ดูท่าเขาจะเป็นคนขวางโลกจริงๆเสียแล้วสิ เพื่อนสาวในแผนกฉันหลายคนได้รับดอกกุหลาบ บางคนมีขนมปัง โดนัท หรือมิฉะนั้นก็เป็นปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ จากหนุ่มๆที่ตา ถึงและพากันมาเกาะแกะกับสาวๆแผนกบัญชี บอกตรงๆว่าฉันก็อายอยู่ไม่น้อยกับรสนิยมของเขา แต่เพราะ บุคลิกที่เงียบขรึม ท่าทางจริงจัง และรอยยิ้มที่อ่อนโยนนั้นทำให้ฉันปฏิเสธเขาไม่ลง ไม่รู้ว่าเพราะฉันกลัวเขาจะเสียน้ำใจ หรือเพราะชอบเขาขึ้นมาแล้วกันแน่
'ช่วยเขียนแผนที่กับเบอร์ติดต่อหอพักที่ว่าให้หน่อยได้ไหมคะ' ฉันบอกเขาในวันหนึ่ง
'ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเย็นนี้ผมพาไปดู' เขาบอก
'ขอบคุณค่ะ' ฉันตอบ และเย็นนั้น เขาพาฉันขึ้นรถเมล์จากป้ายใกล้ๆบริษัท และไปต่อรถเมล์อีกสายหนึ่งในป้ายถัดไป ก่อนจะไปถึงหอพักที่ว่าโดยใช้เวลาไม่เกินสามสิบนาที 
'ใกล้จริงๆด้วยค่ะ' ฉันบอกเขา  จากนั้นเขาพาฉันไปดูห้องตัวอย่างก็ห้องเพื่อนเขานั่นล่ะ ฉันตกลงใจที่จะย้ายมาอยู่ในเดือนหน้าและวางเงินมัดจำไปก่อน
'เย็นนี้คุณรีบไปไหนหรือเปล่า' เขาถาม
'ไม่ค่ะ' ฉันตอบ แอบคิดไปว่าเขาคงชวนทานข้าวละมัง
'ทานข้าวกับผมนะ' เขาชวนจริงๆ ฉันยิ้ม อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะพาฉัน ไปทานที่ไหน คนที่ชอบ ข้าวต้มมัดกับพวงมาลัยจะมีรสนิยมเรื่องอาหาร ยังไงนะ แต่ก็ได้ยินเสียงตัวเองตอบตกลงกับเขา  ร้านที่เขาพามาเป็นร้านอาหารบรรยากาศดี ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ เหมือนสวนหลังบ้านเสียมากกว่าร้านอาหาร ดูเขาจะคุ้นเคยกับเจ้าของร้านเป็นอย่างดี
'เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วครับ' เขาบอกเมื่อเห็นสายตาสงสัยของฉัน  เสียงเพลงไพเราะจากวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีเพียงไม่กี่ชิ้นนั่นทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย
'ไม่รู้ว่ามีร้านแบบนี้อยู่ด้วย' ฉันพูดกับเขา
'ผมมาที่นี่บ่อยๆ' เขาบอก ฉันต้องแอบมองเขาด้วยความสงสัย ความจริงเขาก็ไม่ได้ถึงกับประหยัดอะไรมากมาย แต่ทำไมถึงเป็น พวงมาลัยและ ข้าวต้มมัดนะ ฉันแอบยิ้ม
'คุณยิ้มทำไม' แย่จริง เขาจับได้ ก่อนที่เขาจะเรียกเด็กหญิงที่ขายดอกกุหลาบมาและซื้อให้ฉันดอกหนึ่ง ทำเอาหัวใจฉันพองโต และนำกุหลาบดอกนั้นกลับมาทับด้วยหนังสือเล่มหนาที่หัวเตียง
     วันนี้ฉันย้ายหอพักวันแรก ฉันตัดสินใจออกจากหอเช้ากว่าที่ควรจะเป็น  อยากมีเวลาในการสำรวจเส้นทางก่อน แม้ว่าเขาบอกว่าจะมารับฉันและไปทำงานพร้อมกัน  ฉันขึ้นรถเมล์จากป้ายใกล้ๆหอพักและลงเพื่อต่อรถอีกสาย ที่ป้ายรถเมล์กลาง เส้นทางนั้นฉันเห็นคุณยายหลังค่อมนั่งร้อยพวงมาลัยอยู่ พวงมาลัยดอกมะลิ  ขาวสะอาดตา เขาคงซื้อจากที่นี่ทุกวัน ฉันคิด ฉันเดินเข้าใกล้และพบว่า คุณยาย  คนนั้นขาพิการ คุณยายเล่าว่าทุกๆเช้าจะมีเพื่อนบ้านที่มาทำงานแถวนี้พาคุณยายและหลานมาขายพวงมาลัยที่นี่ และรอรับกลับในช่วงบ่าย  ฉันอมยิ้มกับความอ่อนโยนของเขา นี่ละมังเหตุผลที่เขาขึ้นรถเมล์ไปทำงาน  และซื้อพวงมาลัยให้ฉันทุกเช้า
'ขายยังไงจ๊ะ' ฉันถามคุณยาย
'พวงละยี่สิบบาท'  ฉันยื่นธนบัตรฉบับละร้อยให้กับคุณยาย
'เอาพวงนึง ไม่ต้องทอนจ๊ะ'
'งั้นไม่ขาย ฉันไม่ใช่ขอทาน' คุณยายบอก พร้อมกับมองหน้าฉัน ซึ่งรู้สึกว่าหน้าตัวเองชาไปในทันที
'หนูขอโทษ' ฉันพนมมือไหว้ ก่อนที่คุณยายจะยิ้มตอบ
'ไม่เป็นไร หนูทำให้ฉันนึกถึงผู้ชายอีกคน' คุณยายเล่า
'เขาทำแบบหนู แต่ให้แบงค์พัน ยายก็ดุเขาไปเหมือนกัน' คุณยายเล่าต่อ
'แล้วเขาทำยังไงคะ' ฉันถาม
'เขาขอโทษ และซื้อพวงมาลัยวันละพวงแทน บางทีก็ซื้อข้าวต้มมัดของหลานยายด้วย นี่ใกล้จะมาแล้ว' คุณยายบอก
'เขาบอกว่าซื้อไปให้แฟน ฉันยังถามเขาเลยว่าสาวๆที่ไหนจะชอบ มีแต่คนแก่ที่ชอบพวงมาลัย'คุณยายเล่า โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าหัวคิ้วฉันแทบจะชนกันอยู่แล้ว
'แต่เขาบอกว่าแฟนเขาชอบ' คุณยายเล่าต่อ ทำเอาฉันหน้าแดงขึ้นมาทันที  ใครบอกว่าฉันเป็นแฟนนาย....
'อ้าว คุณ ทำไมออกมาก่อนล่ะ' เสียงทุ้มๆดังขึ้นด้านหลังของฉัน ฉันแกลังทำเป็นไม่ได้ยินไปอย่างนั้น เพราะขืนฉันหันไปตอนนี้ คงซ่อนหน้าแดงๆนี้ไม่ได้
'คุณยาย นี่แฟนผม' เขาว่า ฉันตีต้นแขนเขาทันทีเหมือนกัน
'พวงมาลัย พวงนึงครับ' เขาบอกก่อนจะหยิบธนบัตรใบละยี่สิบให้คุณยาย  ส่วนฉัน หันไปคุยกับเด็กหญิงตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ
'ข้าวต้มมัดขายยังไงคะ'
'มัดละห้าบาทค่ะ' เธอบอก
'งั้นเอายี่สิบบาทด้วยค่ะ' ฉันบอกพร้อมกับยื่นสตางค์ให้โดยมีเขายืนยิ้มอยู่ข้างๆ
'แสดงว่าที่ผมซื้อไปคุณทานไม่อิ่ม เพราะผมซื้อแค่สิบบาทเอง' เขาพูด
'อิ่มย่ะ' ฉันเถียง เขาทำท่าจะพูดอะไรต่อแต่ก็ไม่เถียงฉัน ก่อนที่เราจะขึ้นรถเมล์มาทำงานด้วยกัน
'พวงมาลัยของคุณ ' เขาบอกพร้อมกับยื่นพวงมาลัยสีขาวสะอาดตานั้นให้ฉัน เมื่อเดินมาส่งฉันที่โต๊ะ
'ข้าวต้มมัดของคุณ' ฉันแบ่งข้าวต้มมัดในถุงให้เขา
'อ้าว' เขาร้อง
'ไม่ชอบเหรอคะ' ฉันถามเขายิ้มๆ
'ยังไม่เคยลองทานเลยครับ อร่อยไหม' เขาตอบกลับทำเอาฉันคิ้วขมวด นี่ฉันกลายเป็นหนูลองยาให้เขาหรือนี่
'แต่ก็คงอร่อย เพราะคุณทานหมดทุกครั้ง' เขาตอบก่อนจะรับถุงข้าวต้มมัดไปจากมือ จงใจให้ปลายนิ้วสัมผัสกันนิดหนึ่ง
'กลับบ้านพร้อมกันนะ' เขาชวน
'ค่ะ'  ฉันยิ้มให้ และตอบออกไปอย่างเต็มใจ เพื่อนฉันเพิ่งบอกเมื่อวานเองว่า อย่าไปหลงเสน่ห์ พ่อพวงมาลัยกับข้าวต้มมัด เพราะจะทำให้เสียชื่อสาวๆ แผนกบัญชี ดูท่าเช้านี้ ฉันต้องหาเหตุผลดีๆไว้แก้ตัวแล้วล่ะ.................... 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น